ความหลุดพ้นขั้นที่ 3 (Glorification)

21 พ.ค.

บทเรียนพระคัมภีร์

ความหลุดพ้นขั้นที่ 3

เราได้เข้าสู่ศักดิ์ศรีกับพระเจ้า

(Glorification)

โดยบรรพต เวชกามา (ศูนย์พันธกิจอุดรธานี)

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม 2012 เวลา 10:45 น.


เมื่อเราได้รับการชำระให้เป็นคนบุญในความหลุดพ้นขั้นที่ 1 (Justification) และดำเนินชีวิตอยู่ในความหลุดพ้นขั้นที่ 2 (Sanctification) ถูกชำระให้บริสุทธิ์แล้ว

-เราได้เป็นบุตรของพระเจ้า เป็นพี่น้องกันเท่านั้น เราเป็นทายาท คือเป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ (รม 8:17,กท 4:7)

-เราได้รับผลแรกของการเป็นทายาท นั่นคือ พระธรรมของพระเจ้า (รม 8:23)

-พระธรรมของพระองค์เป็นมัดจำประทับอยู่ในใจของเรา (2 คร 1:22;5:5;อฟ 1:14)

-เราจะได้เข้าสู่ความหลุดพ้นขั้นที่ 3 อันเป็นความหลุดพ้นขั้นสัมฤทธิ์ผล เพราะว่า:

1. เราได้รับการชำระให้เป็นคนบุญความหลุดพ้นขั้นที่ 1 หรือเราอยู่ในพระเยซู (Justification) แล้ว ไม่มีค่าของความบาปอีกแล้ว

2. เราได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ความหลุดพ้นขั้นที่ 2 หรือที่เรียกวว่า พระเยซูอยู่ในเรา (Sanctification) และเรากำลังเป็นคนดีขั้น ได้รับการชำระจากพระองค์ทุกๆวัน กำลังเป็นคนบาปที่ไม่มีค่าของความบาป

3. เรากำลังเสริมสร้างซึ่งกันและกันอยู่ในชุมชนของพระเจ้า ช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยการดำเนินชีวิตอยู่ในความหลุดพ้น (Edification)

การเข้าถึงซึ่งสง่าราศี หรือความหลุดพ้นขั้นที่ 3 อันเป็นความหลุดพ้นขั้นสัมฤทธิ์ผลนี้

-เป็นสิ่งสุดท้ายที่จะสำเร็จโดยพระคุณของพระองค์ เมื่อพระองค์เสด็จกลับมาครั้งที่ 2

-ใครก็ตามที่เชื่อในพระเยซู คนนั้นอยู่ในพระเยซู และได้รับการชำระให้เป็นคนบุญในความหลุดพ้นในขั้นที่หนึ่ง (Justification) แล้ว จะไม่ได้รับการลงโทษอีกเลย (รม 8:1;33-34)

สาเหตุที่ผู้เชื่อในพระเจ้าจะได้เข้าสู่ศักดิ์ศรีนิรันดร์

-เพราะว่าพระคุณของพระเจ้าไม่มีวันเปลี่ยนแปลง “เพราะผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ทรงทราบอยู่แล้ว ผู้นั้นพระองค์ทรงตั้งไว้…และบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้นทรงเรียกมาด้วย และผู้ที่พระองค์ทรงเรียกมานั้น พระองค์ทรงโปรดให้เป็นคนบุญ และผู้ที่พระองค์ทรงโปรดให้เป็นคนบุญ พระองค์ก็ทรงโปรดให้มีศักดิ์ศรีด้วย” (รม 8:29-30)

-ขบวนการแห่งพระคุณของพระเจ้านี้ ไม่สามารถที่จะขาดจากกันได้เลย เพราะการได้รับการชำระให้เป็นคนบุญในความหลุดพ้นในขั้นที่ 1 เราจึงได้เป็น “ผู้รับมรดกแห่งความหวังคือชีวิตเข้าสู่นิพพาน (ทต 3:7)

-คนบาปจะหลุดพ้นได้ก็หลุดพ้นโดยพระคุณของพระเจ้า “ทางความเชื่อ” แต่ก็เป็น “ความหวัง” ด้วย (รม 8:24)

-คนบาปเหล่านี้เป็นคนบุญโดยความเชื่อ และชื่นชมยินดีในความหวัง แห่งสง่าราศีของพระเจ้า (รม 5:1-2)

สิ่งที่ค้ำประกันความเชื่อ ความหวังของผู้เชื่อในพระเจ้า

-ความตายของพระเยซูคริสต์เป็นสิ่งค้ำประกันความเชื่อของเรา

-การเสด็จกลับมาด้วยสง่าราศีในครั้งที่ 2 ของพระองค์ค้ำประกันความหวังของเรา

-ความชื่นชมยินดี และความมั่นใจในชัยชนะขั้นสุดท้ายของพระองค์ “พระเยซูผู้อยู่ในท่านเป็นความหวังแห่งศักดิ์ศรี” (คส 1:27)

-พระองค์สถิตอยู่ในเรา เป็นเครื่องผูกมัดหรือเป็นคำมั่นสัญญาของความผาสุกที่จะมีมาในอนาคต

สิ่งที่เราจะได้รับเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 คือ

-มุงกุฎแห่งการเป็นคนบุญ (ดู 2 ทธ 4:8)

-พระองค์จะรวบรวมเราทั้งหลายเป็นของพระองค์ (2 ธส 2:1)

-เราทั้งหลายไม่ได้ขาดของประทานเลย (1 คร 1:7)

-เราทั้งหลายจะได้ปรากฏพร้อมกับพระองค์ในศักดิ์ศรีด้วย (คส 3:4)

-คนทั้งปวงที่อยู่ในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน (1 ธส3:16)

ลักษณะการมาปรากฏตัวครั้งที่สองของพระองค์

-พระองค์จะมาเหมือนอย่างขโมยที่มาในเวลากลางคืน (1 ธส5:2)

-จะไม่มีผู้สื่อข่าวมาบอกล่วงหน้าว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา

-จะมีเครื่องหมายต่างๆปรากฏขึ้น เปาโลจึงเตือนชุมชนของพระเจ้าชาวเมืองเธสะโลนิกาว่า “ในขณะที่ดำรงชีวิตอยู่และรอคอยการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์นั้น ให้ตั้งเป้าว่า จะอยู่อย่างสงบ และทำธุรกิจส่วนของตนเหมือนอย่างที่เรากำชับท่านแล้ว เพื่อท่านจะได้เป็นคนที่นับถือของคนภายนอก และท่านจะไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใคร” (1 ธส 4:11-12;2 ธส 3:6-13)

วันขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะมา เมื่อมีเหตุการณ์ที่สำคัญบางอย่างเกิดขึ้นดังนี้คือ

-จะมีการทรยศ และคนนอกกฎหมายจะมาปรากฏตัว (2 ธส 2:1-2)

-อำนาจลึกลับนอกกฎหมายนั้นเริ่มทำงานแล้ว (2 ธส 2:7)

-จะมีผู้ฝ่าฝืน และทำลายกฎหมาย ปรากฏขึ้นรูปเป็นร่าง

-คนนอกกฎหมายจะปรากฏขึ้น คนนอกกฎหมายนี้ น่าจะเป็นคนเดียวกันกับ “ผู้ต่อต้านพระคริสต์” และมีแต่พระเยซูเท่านั้นที่จะเสด็จมาทำลายเขาได้ (2 ธส 2:8)

ความจริงเกี่ยวกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู

-เราผู้ยังเป็นอยู่ และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา จะไม่ล่วงหน้าไปก่อนพวกที่ล่วงหลับไปแล้ว (1 ธส 4:15)

-เราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน แต่เราจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด” (1 คร 15:51)

-ระหว่างการที่ไปอยู่กับพระเจ้า และการอยู่ในโลกนี้ เปาโลยังไม่รู้ว่าจะเลือกฝ่ายไหนดี (ฟป 1:21-25)

-บ้านเมืองของเราอยู่สวรรค์ เรารอคอยผู้ช่วยให้หลุดพ้นซึ่งจะเสด็จกลับมาจากสวรรค์คือพระเยซูคริสต์เจ้า (ฟป 3:20)

-ผู้เชื่อจะมีชีวิตอยู่จนกระทั่งเห็นการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า (2 ทธ 4:6-8)

-เพราะพระเจ้าเป็นผู้รับรองว่า การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู เป็นความหวังของชุมชนของพระเจ้าทุกยุคทุกสมัย จนกว่าวันนั้นจะมาถึง”

สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาครั้งที่สอง

-คนทั้งปวงที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน (1 ธส 4:16)

-คนที่ยังเป็นอยู่จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะพบกับองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ” (1 ธส 4:17)

-คนเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด ในชั่วขณะ ในชั่วพริบตาเดียว เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะว่าจะมีเสียงแตรและคนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาปราศจากการเน่าเปื่อย แล้วเราทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่” (1 คร 15:51-52)

-จะมีร่างกายใหม่ เพราะเนื้อหนังและเลือดจะมีส่วนในราชอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้ (1 คร 15:50)

-ร่างกายใหม่นี้ ที่ยังมีลักษณะหน้าตาเหมือนเดิม แต่แตกต่างไปจากเดิมเหมือนดอกไม้ที่เกิดจากเมล็ดของมัน (1 คร 15:35-41)

-ร่างกายที่เป็นขึ้นมาใหม่นี้จะเหมือนกับร่างกายที่ประกอบด้วยศักดิ์ศรีของพระเยซูคริสต์ (ฟป 3:21)

-การเป็นขึ้นมาจากความตายขององค์พระผู้เป็นเจ้า จะเป็นแบบอย่างหรือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เราทั้งหลายจะได้รับร่างกายใหม่เช่นเดียวกับพระองค์ (1 คร 15:3-20)

-ร่างกายเนื้อหนังที่หว่านลงไปนั้นไร้เกียรติ (เพราะเป็นที่อาศัยของธรรมชาติบาป) สิ่งที่เป็นขึ้นมาใหม่นั้นก็มีศักดิ์ศรี ไม่มีความผิดบาปอีก

-สิ่งที่หว่านลงไปนั้นอ่อนกำลังสิ่งที่เป็นขึ้นมาใหม่นั้นจะทรงอานุภาพ สิ่งที่หว่านลงไปนั้น เป็นร่างกายเนื้อหนัง สิ่งที่เป็นขึ้นมาก็เป็นกายวิญญาณ

-ถ้าร่างกาย (ฝ่ายเนื้อหนัง) มี ร่างกาย (ฝ่ายวิญญาณ) ก็มีด้วย สิ่งที่หว่านลงไปคือความเปื่อยเน่า ความอ่อนกำลัง โรคภัยไข้เจ็บ ความเหน็ดเหนื่อยและความตาย

-สิ่งที่เป็นขึ้นมาใหม่คือ ความไม่รู้จักเน่าเปื่อย ความชื่นชมยินดี ความไม่รู้จักแก่เฒ่า และสุขภาพดีตลอดไป ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนอีกต่อไป (1 คร 15:42-50)

-ปัจจุบันนี้ ในร่างกายที่เราอาศัยอยู่นี้กำลัง “คร่ำครวญรอคอยที่จะสวมร่างกายใหม่” (2 คร 5:1-5)

-เราทั้งหลายได้รับการไถ่โทษแล้วทางวิญญาณ แต่เรากำลังรอคอยการไถ่ร่างกาย หรือเปลี่ยนแปลงร่างกายใหม่ด้วยใจจดจ่อ (รม 8:18-25)

สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่รู้จักพระเจ้า และไม่เชื่อพึ่งอาศัยในบารมีของพระองค์

-จะได้รับการพิพากษาลงโทษ อันเป็นความพินาศนิรันดร์ และเขาจะพลัดพรากจากพระผู้เป็นเจ้า และจะพลัดพรากจากสง่าราศีแห่งอานุภาพของพระองค์ (2 ธส 1:7-10)

-พระพิโรธของพระเจ้าจะมาถึงคนที่ไม่เชื่อฟัง เพราะ คนบาปจะมีส่วนในมรดกแห่งราชอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้ (ดู อฟ 5:5-6,1 คร 9-10)

สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคนที่รู้จักพระเจ้า และเชื่อพึ่งอาศัยในบารมีของพระองค์

-ได้รับการชำระ ได้รับการทำให้บริสุทธิ์แล้ว ในความหลุดพ้นขั้นที่ 2 ได้รับการทำให้เป็นคนบุญแล้วในพระนามของพระเยซูเจ้า และพระธรรมแห่งพระเจ้าของเรา (1 คร 6:11)

-พระเยซูเป็นผู้ทรงช่วยให้พ้นจากพระอาชญา ที่จะมีมาภายหน้านั้น” (1ธส 1:10)

-จะอยู่ต่อหน้าของพระเจ้า และ จะอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์ (1 ธส 4:17)

-ขณะนี้กำลังดำเนินไปด้วยความเชื่อ ไม่ใช่ตามที่ตามองเห็น (2 คร 5:7)

-เมื่อพระองค์เสด็จกลับมาจะเห็นพระองค์ เพราะว่าบัดนี้เห็นสลัวๆเหมือนดูในกระจก แต่ในเวลานั้นจะเห็นชัดเจน เดี๋ยวนี้ความรู้ไม่สมบูรณ์ เวลานั้นจะรู้แจ้งเหมือนพระองค์ (1 คร 13:12)

-จะได้ร่วมสามัคคีธรรมกับพระองค์ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ จะอยู่กับพระองค์เป็นนิตย์ (1 ธส 4:17)

จุดประสงค์แห่งการตายของพระเยซู

-เพื่อไถ่โทษบาปของเรา เพื่อว่าถึงเราจะตื่นอยู่หรือหลับ เราจะได้ชีวิตกับพระองค์ (1 ธส 5:10)

-ธรรมชาติบาปก็จะได้รับการไถ่หรือปลดปล่อยด้วย (รม 8:18-22)

-ไม่ใช่เพียงแต่สร้าง ทุกสิ่งทางพระคริสต์เพื่อพระคริสต์เท่านั้น (คส 1:16)

-ไม่ใช่เพียงแต่ยึดสิ่งทั้งปวงให้เป็นระเบียบอยู่โดยพระองค์เท่านั้น (คส 1:17)

-แต่จะรวบรวมทุกสิ่งทั้งที่อยู่ในสวรรค์และแผ่นดินโลกไว้ในพระคริสต์ (อฟ 1:10)

-ต่อจากนั้นเป็นวาระที่สุด พระคริสต์จะทรงมอบราชอาณาจักรของพระเจ้าไว้กับพระบิดา เมื่อพระองค์จะทรงทำลายเทพผู้ครอง…พระเจ้าจะเป็นเอกเป็นใหญ่ในสิ่งสารพัดทั้งปวง (1 คร 15:24-28)

การดำเนินชีวิตของผู้เชื่อในพระเจ้าขณะรอคอยการเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 ของพระเยซู

-มีประสบการณ์ในพระคุณ โดยพระคุณของพระเจ้านั้น จึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่ (1 คร 15:10)

-พระเจ้าเรียกมาโดยพระคุณของพระองค์ (กท 1:6)

-พระเจ้ายอมรับเราในพระคริสต์ ไถ่เราหรือให้เราเป็นอิสระจากค่าของความบาป ทำให้เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในร่างกายของพระคริสต์

-พระองค์จะรักษาพวกเราไว้จนถึงที่สุด พระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกเราแล้ว จะทรงกระทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์ได้ (ฟป 1:6)

กล่าวโดยสรุป ความหลุดพ้นที่เราได้รับโดยพระคุณของพระเจ้านั้น จะเริ่มต้นที่พระเจ้าชำระเราให้เป็นคนบุญในความหลุดพ้นขั้นที่ 1 (Justification)

-เมื่อเราตัดสินใจเชื่อพึ่งอาศัยในพระองค์ ตอนนั้นเราได้รับความหลุดพ้นแล้ว ได้รับการใช้หนี้บาปแล้วในความตายของพระองค์ และเราก็ได้มีส่วนขึ้นมาในการเป็นขึ้นจากตายกับพระองค์ แม้เป็นเพียงความหวัง แต่ความจริงก็จะปรากฏขึ้น เมื่อพระองค์เสด็จกลับมาครั้งที่สอง

-เมื่อได้รับการชำระให้เป็นคนบุญในความหลุดพ้นแล้วในขั้นที่หนึ่ง เราก็จะดำเนินต่อมาด้วยการได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ในความหลุดพ้นขั้นที่สอง (Sanctification)

-ในการดำเนินชีวิตในความหลุดพ้นขั้นที่ 2 นั้น เราจะต้องเสริมสร้างซึ่งกันและกันในชุมชนของพระเจ้า (Edification)

-ต่อมาจนกระทั่งเราตายจากเนื้อหนังที่มีบาปนี้ หรือเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมาครั้งที่สอง เราก็จะได้รับความหลุดพ้นอย่างสมบูรณ์ หรือครบบริบูรณ์ เป็นการเข้าสู่ศักดิ์ศรีของพระเจ้า ซึ่งเราเรียกว่า ความหลุดพ้นขั้นที่สาม หรือความหลุดพ้นขั้นสัมฤทธิ์ผล (Glorification)

เขียนโดย Banpote Wetchgama (ศูนย์พันธกิจอุดรธานี)

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสที่ 03 พฤษภาคม 2012 เวลา 15:55 น.

(ข้อมูลที่นำมาเขียนในบทเรียน “ความหลุดพ้นขั้นที่ 3 เราได้เข้าสู่ศักดิ์ศรีกับพระเจ้า (Glorification)” นี้ แปลและเรียบเรียงมาจากหนังสือ “Basic Introduction to the New Testament by John R. W. Stott” PP. 72-78,1964.


 

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: